เงินบาทเปิด 33.27 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย จับตา BOJ–Fed
เงินบาทเปิดเช้านี้ 33.27 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย" หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง ตลาดจับตาผลประชุม BOJ ลุ้นกรอบ 33.15–33.50 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.21-33.37 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการทยอยปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ
ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการฟื้นฟูการขนส่งน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้เงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้างตามจังหวะปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่สามารถปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทว่าการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ได้ถูกจำกัดและชะลอลงตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้อานิสงส์จากทั้งการอ่อนค่าของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลัง BOE คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75% ตามคาด ขณะเดียวกัน เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยอ่อนค่าลงทดสอบโซน 156 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง ก่อนตลาดจะรับรู้ผลการประชุม BOJ ในวันศุกร์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) อีกครั้ง ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor อย่าง Nvidia +2.5% นอกจากนี้ การทยอยปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ พร้อมกับจังหวะย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังช่วยหนุนบรรยากาศโดยรวม ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.6% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดขึ้น 1.1% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้นขึ้น 1.7%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลง สู่โซน 4.94% แม้ผู้เล่นในตลาดจะยังคงคาดหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกราว 3 ครั้ง ของ Fed ภายในช่วงกลางปีหน้า ทว่า การปรับตัวลงต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ กอปรกับการทยอยปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ระยะยาวฝั่งยุโรป โดยเฉพาะฝั่งอังกฤษ หลัง BOE ปรับแผนการทำ QT โดยยุติการขายบอนด์ระยะยาว ได้ช่วยหนุนการปรับตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนในระยะสั้น แต่คงคำแนะนำเดิมว่าผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้ โดยเราคงมองว่า หาก Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะตามคาดการณ์ของเราหรือผู้เล่นในตลาดการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ดังกล่าว จะเปิดทางให้บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง Fed มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในระยะข้างหน้าทำให้การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้จะถูกกดดันบ้างตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม แต่เงินดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของทั้งเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทว่าโดยรวมผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองมากนัก เพื่อรอลุ้นผลการประชุม BOJ ในวันศุกร์นี้ ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 100.2 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 100-100.3 จุด)
ทองคำ – มีจังหวะย่อตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลก และเงินดอลลาร์ ที่สอดคล้องกับการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ ได้ช่วยหนุนการรีบาวด์สูงขึ้นของราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทว่า ราคาทองคำยังคงถูกกดดันจากจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ส่งผลให้ โดยรวมราคาทองคำ แม้จะปรับตัวสูงขึ้นบ้าง แต่ยังถูกจำกัดไว้แถวโซน 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนสิงหาคม พร้อมรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed เพื่อรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ในระยะกลาง-ยาว เราคงมุมมองเดิมว่า Fed มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนที่จะคงดอกเบี้ยจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลง ทำให้เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง เนื่องจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ยังคงมากกว่าที่เราประเมินไว้พอควร
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.50 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 33.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนแรงลงหลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ขานรับธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกในปีนี้
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง 0.5% และราคาน้ำมันเบรนท์ ลดลง 0.95% หลังจากมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยดำเนินการขนส่งผ่านประเทศโอมาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
ราคาทองดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4,345 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้ปัจจัยบวกจากการร่วงลงของราคาน้ำมันและการอ่อนค่าของดอลลาร์ การร่วงลงของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนประเมินผลการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติ 6:3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และก็มีการคาดการณ์ว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 5 พ.ย.
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในการประชุมนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย
ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 2.6% สู่ระดับ 1.275 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.320 ล้านยูนิต จากระดับ 1.309 ล้านยูนิตในเดือนก.ค.
ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.2% และฟื้นตัวขึ้นอย่างมากจากเดือนก.ค.ที่ร่วงลง 2.6%
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.15 - 33.45 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.15/ขาย 33.45
- EUR/THB 37.95 - 38.45 แนะนำ ซื้อที่ 37.95 /ขาย 38.45
- JPY/THB 0.2115 - 0.2155 แนะนำ ซื้อที่ 0.2115/ ขาย 0.2155
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB